หลักสูตรสาขาวิศวกรรมเครื่องกล
หลังจากที่นักศึกษาได้เรียนกระบวนวิชาในชั้นปีที่ ๑ ซึ่งเป็นกระบวนวิชาพื้นฐาน ที่นักศึกษาของสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทุกคนจะ
ต้องเรียนเหมือนๆกันแล้วนักศึกษาที่อยู่ในสังกัดของภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลจะได้เรียนกระบวนวิชาเหมือนกันทุกคนในชั้นปีที่ ๒ และปีที่ ๓
ส่วนในชั้นปีที่ ๔ นั้นจะเป็นโอกาสที่นักศึกษาแต่ละคน จะได้เลือกลงทะเบียนเรียน ในหมวดวิชาที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ
ในรูปของกระบวนวิชาเลือกจำนวน ๖ กระบวนวิชา แยกเป็นเลือกอิสระ ( Free Elective ) จำนวน ๒ กระบวนวิชา ( ๖) หน่วยกิตและ
วิชาเอกเลือก ( Major Elective ) จำนวน ๔ กระบวนวิชา นอกจากนี้ในภาคเรียนสุดท้ายนักศึกษาทุกคนจะต้องเรียนกระบวนวิชาโครงงาน ( Project )
ซึ่งจะเป็นวิชาที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาประมวลความรู้ที่ได้เรียนมาตลอดระยะเวลา ๓ ปีครึ่ง นำมาประยุกต์ใช้งาน เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อม ที่จะออกไปสู่การทำงานจริงต่อไป โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษามีการเตรียมการทำโครงงานที่ดี
โดยการนำเสนอโครงร่างโครงงานก่อนในภาคเรียนที่ ๑ ของปีที่ ๔ และหลังจากนั้นจึงนำมาปฎิบัติตามขั้นตอนโครงงานที่เขียนไว้
ซึ่งจะทำให้นักศึกษารู้จักการวางแผนงานที่ดี แก้ไขปัญหาได้ถ้ามีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้น ที่ทำให้ไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้
หลังจากนั้นจะได้เรียนรู้การสรุปผลและวิเคราะห์ข้อมูล การเขียนรายงาน และการนำเสนอผลงานต่อสาธารณะในที่สุด
ทั้งนี้ลักษณะของโครงงานนั้นมีได้หลายรูปแบบ อาทิเช่น การสร้างเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
การทดสอบอุปกรณ์ต่างๆที่มีอยู่แล้ว การทดลองเพื่อหาหลักการหรือทฤษฎีใหม่ๆเป็นต้น
สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนรู้ ประสบการณ์การทำงานจริงก่อนที่จะสำเร็จการศึกษานั้น สามารถลงทะเบียนเรียน กระบวนวิชาฝึกงาน
ในภาคเรียนฤดูร้อนของปีที่ ๓ ได้ โดยเป็นกระบวนวิชาเอกเลือก ซึ่งจะทำให้ นักศึกษาเข้าใจ ธรรมชาติของการทำงาน
ซึ่งนอกเหนือจาก จะต้องมีความรู้ทางวิชาการด้านเครื่องกลที่ดีแล้ว ยังต้องอาศัยฐานความรู้จากด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ที่ดีอีกด้วย
ถึงจะทำให้การทำงานเป็นไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น จิตวิทยา การปกครอง มนุษยสัมพันธ์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ
ดังนั้นจากการฝึกงาน นักศึกษาจะเรียนรู้ว่า ตัวเองยังคงมีความบกพร่องใน ด้านใดบ้าง และเมื่อกลับมา เรียนต่อในชั้นปีที่ ๔ แล้ว
จะได้เลือกเรียน กระบวนวิชาเลือกต่างๆ ให้สอดคล้อง กับการปรับปรุง ข้อด้อยของตัวเองได้
หลักสูตรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถแยกเป็นสาขาวิชาเอกหลักๆได้ดังนี้
สาขาการออกแบบเครื่องจักรกล
สำหรับผู้ที่สนใจจะเป็นนักออกแบบหรือนักประดิษฐ์เครื่องจักรต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แข็งแรงและปลอดภัย หรือแม้กระทั่งการประยุกต์เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยกระบวนวิชาในดังนี้ ประกอบด้วย
- กลศาสตร์วิศวกรรม ( Engineering Mechanics ) การวิเคราะห์แรงภายนอก
- พลศาสตร์วิศวกรรม ( Engineering Dynamics ) การวิเคราะห์การเคลื่อนที่
- กลศาสตร์ของของแข็ง ( Mechanics of Solids ) การวิเคราะห์แรงภายในชิ้นส่วนที่อยู่กับที่
- กลศาสตร์ของเครื่องจักรกล ( Mechanics Machinery ) การวิเคราะห์แรงภายในชิ้นส่วนที่มีการ เคลื่อนที่รูปแบบกลไกพื้นฐานชนิดต่างๆ
- การออกแบบเครื่องจักรกล ( Machine Design ) ภาพรวมของการออกแบบเครื่องจักรกลในด้านความแข็งแรง
- การออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักรกล ( Design of Machine Elements ) การออกแบบแต่ละชิ้น ส่วนย่อย เช่น เฟือง , สปริง , ลูกเบี้ยว , สายพาน ฯลฯ
- การสั่นสะเทือนทางกล ( Mechanical Vibration ) การวิเคราะห์การสั่นสะเทือนของเครื่องจักรกล
- โลหะวิทยา ( Metallurgy ) ศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติด้านต่างๆของโลหะที่จะนำมาใช้
- กลศาสตร์การแตกหัก ( Fracture Mechanics ) การวิเคราะห์ความเสียหายแบบฉับพลันของวัสดุ
- วัสดุเสริมเส้นใย ( Fibre - reinforced Materials ) วัสดุชนิดใหม่ที่เข้ามาแทนที่วัสดุดั้งเดิม เช่น โลหะต่างๆ
- การออกแบบระบบทางกล ( Design of Mechanical System ) การออกแบบระบบที่นำองค์ ความรู้ทางเครื่องกลไปประยุกต์ใช้โดยคำนึงถึงด้านเศรษฐศาสตร์ด้วย
สาขาความร้อนและของไหล
สำหรับผู้ที่สนใจในงานด้านที่เกี่ยวกับการควบคุมความร้อนและความเย็นในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น การปรับอากาศ การทำความเย็น การทำความร้อน ซึ่งมักจะใช้ของไหลเป็นตัวกลางในการส่งผ่านความร้อน ซึ่งจะมีกระบวนวิชาที่เกี่ยวข้องคือ
- เทอร์โมไดนามิคส์ ( Engineering Thermodynamucs ) เป็นพื้นฐานในการเข้าใจธรรมชาติและ คุณสมบัติพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงสภาพของสารตัวกลางต่างๆในการส่งผ่านความร้อน เช่น อากาศ ไอน้ำ ของเหลวอื่นๆ ฯลฯ
- กลศาสตร์ของของไหล ( Fluid Mechanics ) คุณสมบัติต่างๆเมื่อมีการไหลเกิดขึ้น เช่น ความเร็ว ความดัน แรงเสียดทาน ฯลฯ
- การถ่ายเทความร้อน ( Heat Transfer ) ความรู้พื้นฐานในการถ่ายเทความร้อนระหว่างสิ่งต่างๆ ใน ๓ รูปแบบ คือ การนำ การพา และการแผ่รังสี
- การปรับอากาศ ( Air - conditioning ) การออกแบบระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ เช่น ตามศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ ฯลฯ
- การทำความเย็น ( Refrigeration ) การออกแบบระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ เช่น ห้องเย็น เก็บพืชผัก ผลไม้สด ห้องแช่แข็ง ฯลฯ
- ท่อความร้อน ( Heat Pipe ) เป็นอุปกรณ์ถ่ายเทความร้อนแบบใหม่ที่กำลังนิยมใช้ เช่น ใช้ในการระบายความร้อนออกจากแผ่นชิพของคอมพิวเตอร์
- การอบแห้ง ( Drying ) การออกแบบระบบการไล่ความชื้นออกจากวัตถุดิบ โดยมากมักจะเป็น ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ลำไยแห้ง ฯลฯ
- อากาศพลศาสตร์ ( Aerodynamics ) การไหลของอากาศผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น ตัวรถยนต์ ปีกเครื่องบิน เป็นต้น
สาขาการควบคุมอัตโนมัติ
เนื่องจากเครื่องจักรหรือระบบงานต่างๆในปัจจุบันนี้ จะถูกควบคุมการทำงานอย่างอัตโนมัติเป็นส่วนมากตั้งแต่ประสิทธิภาพทางด้านคอมพิวเตอร์สูงขึ้น จึงเป็นอีกสาขาหนึ่งที่มีผู้สนใจเรียนเป็นอย่างมาก โดยในสาขานี้จะมีเนื้อหาบางส่วนคาบเกี่ยวกับทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดยกระบวนวิชาในสาขานี้ คือ
- เครื่องมือวัด ( Instrumentation ) พื้นฐานของเครื่องมือวัดแบบต่างๆ เช่น วัดแรง ความเร็ว ความดัน ฯลฯ เพื่อนำข้อมูลที่วัดได้ไปเปลี่ยนระดับการควบคุมการทำงานต่อไป
- ระบบการวัด ( Mesurement Systems ) เป็นพื้นฐานของวิธีการวัดปริมาณต่างๆซึ่งจะเป็นพื้นฐานของการสร้างเครื่องมือวัดต่อไป
- การควบคุมอัตโนมัติ ( Automatic Control ) เป็นการควบคุมขบวนการทำงานแบบต่อเนื่องให้ ได้ผลลัพธ์ตามที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงภายนอกมารบกวน เครื่องมือวัดจะส่งผลลัพธ์ที่คลาดเคลื่อนกลับมา ( Feedback ) เพื่อปรับให้ได้ค่าผลลัพธ์ที่ต้องการอีกครั้ง
- ระบบนิวแมติกและไฮดรอลิค ( Pneumatic and Hydraulic ) เป็นการใช้ของไหลที่มีความดัน ( เช่น ลมอัด , น้ำมันไฮดรอลิค ) ไปดันกระบอกสูบหรือมอเตอร์ใช้ทำงานต่อเนื่องกันได้ โดยควบคุมที่วาล์วที่ใช้ป้อนของไหล ตัวอย่างเช่น การทำงานของรถแทรคเตอร์ ระบบการผลิตในโรงงาน ฯลฯ
- ตัวควบคุมแบบโปรแกรมได้ ( Programmable Logic Controller - PLC ) สำหรับการควบคุม แบบไม่ต่อเนื่อง ( มีขั้นตอนการทำงานเป็นจังหวะๆ ) โดยมากมักใช้งานควบคู่กับการควบคุม การทำงานของระบบนิวแมติก , ไฮดรอลิคและระบบไฟฟ้า
- ระบบอัตโนมัติ ( Automation ) เป็นการออกแบบทั้งเครื่องจักรและระบบควบคุมเพื่อให้ สามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ เช่น การออกแบบหุ่นยนต์ แขนกล เป็นต้น
- ระบบการลำเลียง ( Conveying System ) การออกแบบระบบการลำเลียงวัสดุหรือสิ่งของแบบต่างๆมากกว่า ๑๐ แบบเครื่องจักรต่างๆนั้นทำงานได้ โดยการได้รับพลังงานหรือกำลังเข้ามาในรูปแบบต่างๆ
โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางเครื่องกลคือ เครื่องยนต์ โรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ เป็นต้น โดยมีกระบวนวิชาในสาขานี้ คือ
- เครื่องยนต์สันดาปภายใน ( Internal Combustion Engine ) หลักการทำงานของเครื่องยนต์แบบ ต่างๆ เช่น ดีเซล เบ็นซิน สเตอร์ลิง ฯลฯ
- วิศวกรรมยานยนต์ ( Automotive Engineering ) ระบบการทำงานในทุกระบบของรถยนต์ เช่น เบรค เลี้ยว ช่วงล่าง เครื่องยนต์ ส่งกำลัง ฯลฯ
- การสันดาป ( Combustion ) ศึกษาลึกลงถึงการเผาไหม้ของสารเชื้อเพลิงทริโบโลยี ( Tribology ) เน้นเกี่ยวกับการหล่อลื่น
- โรงไฟฟ้าพลังไอน้ำ ( Steam Power Plant ) เป็นการนำพลังงานจากไอน้ำที่เดือดไปใช้ในการ ปั่นพลังงานไฟฟ้าออกมา โดยจะครอบคลุมถึงอุปกรณ์ในระบบทั้งหมดด้วย
- วิศวกรรมโรงไฟฟ้า ( Power Plant Engineering ) ครอบคลุมถึงโรงผลิตไฟฟ้าจากพลังทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น นิวเคลียร์ พลังน้ำ พลังความร้อนร่วม ฯลฯ
- วิศวกรรมนิวเคลียร์ ( Nuclear Engineering ) ทุกแง่ทุกมุมของการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ ประโยชน์อย่างปลอดภัย
- กังหันแก๊ส ( Gas Turbines ) เป็นกังหันที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าโดยใช้แก๊สร้อนเป็นแหล่งต้นกำลัง นอกจากนี้ยังใช้ในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ๊ตอีกด้วย
นอกจากสาขาวิชาหลักๆดังกล่าวแล้ว ยังมีกระบวนวิชาเลือกอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถระบุไว้ในสาขาใดสาขาหนึ่งได้ชัดเจน เช่น
- การอนุรักษ์พลังงาน ( Energy Conservation ) วิธีการอนุรักษ์พลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนถึงการตรวจวิเคราะห์ระดับการใช้พลังงาน เพื่อนำมาปรับปรุงให้ได้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุดด้วย
- เทคโนโลยีการผลิต ( Production Technology ) เป็นวิธีการขึ้นรูปชิ้นงานโลหะแบบต่างๆ เช่น การรีด , การหล่อ , การปั๊มตัวถังรถยนต์ ฯลฯ
- วิธีไฟไนต์อิลิเมนต์ ( Finite Element Method ) เป็นการวิเคราะห์ปัญหาในทางตัวเลข สามารถจำลองสภาพจริงของวัสดุหลังจากมีแรงกระทำได้ทางคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องไปทดสอบแบบ จำลองของจริงก่อน นิยมใช้กันมากในการออกแบบรถยนต์ เครื่องบิน ยานอวกาศ ฯลฯ
- เทคโนโลยีพลาสติก ( Plastic Technology ) พลาสติกเป็นวัสดุที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
[ความเป็นมา]
[หลักสูตร]
[ปฎิทินการศึกษา]
[ค่าธรรมเนียม]
[ผู้บริหาร]
กลับสู่หน้าจอหลัก